ธนาคารกรุงเทพ
วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จไปทรงเปิดนิทรรศการแสดงภาพเขียน "จิตรกรรมบัวหลวง" ครั้งที่ 35
วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2556
กรมเจรจาฯ จัดเต็ม 14-15 ส.ค.นี้เสวนาโอกาสทอง 4 ประเทศ AEC
กรมเจรจาฯ
เดินหน้าสร้างความรู้เรื่องกฎระเบียบการค้าการลงทุนรองรับ AEC จัดสัมมนาใหญ่วันที่
14-15 สิงหาคมนี้ เน้นประเด็นความท้าทายที่ไม่อาจมองข้ามทั้งของ กัมพูชา ลาว
เวียดนาม และอินโดนีเซีย
นางพิรมล เจริญเผ่า อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า
เนื่องจากทางกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
ได้มีการมุ่งเน้นสร้างความรับรู้ด้านกฎระเบียบ
มาตรการด้านการค้าและการลงทุนภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ให้กับผู้ประกอบการไทย
โดยเฉพาะ SMEs ให้เกิดความพร้อมในการเร่งปรับตัวรองรับการเข้าสู่
AEC ในปี
2558 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จึงได้มีการจัดสัมมนาในเรื่องของกฎหมายการลงทุนใหม่ของเมียนมาร์ที่ประกาศใช้เมื่อปลายปี
2555 ไปเมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา
นางพิรมล
กล่าวว่า เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการเสริมสร้างความรู้ และในฐานะ AEC Coordination Agency กรมฯ
จึงได้กำหนดจัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการขึ้นอีกครั้ง โดยแบ่งเป็น 2
หัวข้อเรื่องที่สำคัญ เรื่องแรกคือ “กฎ
ระเบียบด้านการค้าภาคบริการและการลงทุนภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน :
ความท้าทายที่ไม่อาจมองข้ามในกัมพูชา ลาว และเวียดนาม” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันพุธที่
14 สิงหาคม 2556 เวลา 08.30-16.30 น.
“ในวันที่
14 นี้จะมีการบรรยายพิเศษ เรื่อง “การเปิดเสรีด้านการลงทุนในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” โดยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
หรือบีโอไอ ในขณะที่ภาคของการเสวนาก็จะมีผู้แทนทั้งจากเวียดนาม ลาว และกัมพูชา
มาให้ความรู้ทั้งในภาคเช้าและภาคบ่าย”
นางพิรมล
กล่าวว่า ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง คือ “กฎ
ระเบียบด้านการค้าภาคบริการและการลงทุนภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน:
ความท้าทายที่ไม่อาจมองข้ามในอินโดนีเซีย” โดยจะจัดในวันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม 2556 เวลา
08.30-16.30 น. ซึ่งก็จะมีการบรรยายพิเศษ เรื่อง “ความสัมพันธ์ของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน” โดยอธิบดีกรมเอเชียตะวันออก
ส่วนภาคบ่ายในการเสวนาจะมีนายนิพิฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา
ประธานสภาธุรกิจไทย-อินโดนีเซีย และผู้แทนจากอินโดนีเซีย มาร่วมให้ความรู้
“กิจกรรมทั้ง
2 วันจะจัดขึ้น ณ ห้อง Salon
B โรงแรมสวิสโฮเตล เลอ คองคอร์ด โดยทั้ง 2 เรื่อง
ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นกัมพูชา ลาว เวียดนาม และอินโดนีเซีย
ที่สำคัญยังมีบริษัทที่ปรึกษาด้านกฎหมายมาร่วมบริการให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย
และธนาคารพาณิชย์ 5 ธนาคาร คือ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิการไทย ธนาคารไทยพาณิชย์
ธนาคารกรุงเทพฯ และธนาคารเพื่อการนำเข้าและส่งออก
มาให้คำปรึกษาแก่ผู้เข้าร่วมสัมมนาตามที่ได้ลงทะเบียนไว้ (First come first serve) ด้วย
จึงไม่น่าพลาดโอกาสนี้” นางพิรมล
กล่าว
วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ธนาคารกรุงเทพ สนับสนุนสินเชื่อ ‘มหาชัย กรีน เพาเวอร์’ ก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล วงเงินรวม 537 ล้านบาท
BBL สนับสนุนสินเชื่อมหาชัย กรีน เพาเวอร์537 ลบ.สร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล
รายงานข่าวจากธนาคารกรุงเทพ(BBL)
เปิดเผยว่า ธนาคารได้สนับสนุนวงเงินสินเชื่อให้แก่ บริษัท มหาชัย
กรีน เพาเวอร์ จำกัด รวม 537 ล้านบาท
สำหรับใช้ดำเนินการโครงการโรงไฟฟ้ามหาชัย ตำบลชัยมงคล อำเภอเมือง
จังหวัดสมุทรสาคร ในการผลิตไฟฟ้าจาก
พลังงานชีวมวลขนาด 9.5
เมกะวัตต์ที่ใช้เศษชิ้นส่วนมะพร้าวเป็นเชื้อเพลิง
เพื่อจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จำนวน 8 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ บริษัท มหาชัย กรีน เพาเวอร์ จำกัด
ก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือของพันธมิตร 4 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท ทีพีซี
เพาเวอร์ โฮวดิ้ง จำกัด บริษัท EnBW AG จำกัด บริษัท เอ็นซี โคโคนัท
จำกัด และบริษัท กรีน เพาเวอร์ โปรดิวเซอร์ กรุ๊ป จำกัด
ทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 20 ล้านบาท
และกำหนดแผนจะเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 210 ล้านบาทในปี 57
วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ธนาคารกรุงเทพ ผนึก 4 บริษัทในกลุ่ม มอบความรู้ทางการเงินแก่ชาวอุดรธานี ได้รับความสนใจล้นหลาม ในงาน ‘การเงินมั่นคงกับครอบครัวบัวหลวง’ ครั้งที่ 2
'โฆสิต' ห่วงคนไทยออมเงินลดลง
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ
จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า
ครอบครัวไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมอย่าง
เห็นได้ชัด โดยเฉพาะในด้านขนาดของครอบครัว
ซึ่งในปัจจุบันมีสภาพเป็นครอบครัวเดี่ยวหรือครอบครัวที่มีสมาชิกใน
ครอบครัวน้อยลง
และในด้านโครงสร้างอายุซึ่งในปัจจุบันมีแนวโน้มที่คนไทยจะมีอายุยืน
เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมดังกล่าว
ทำให้หัวหน้าครอบครัวไทยในปัจจุบันต้องเผชิญกับโจทย์ทางการเงินที่
ซับซ้อนขึ้น ทั้งนี้ การที่สังคมไทยกำลังก้าวไปสู่สังคมผู้สูงอายุ
มีผลทำให้ช่วงชีวิตหลังเกษียณหรือช่วงระยะเวลาที่ครอบครัวไม่มีราย
ได้จากการทำงานมีระยะนานขึ้น
ภาวะเช่นนี้ทำให้เกิดความจำเป็นที่หัวหน้าครอบครัวจะต้องเก็บออม
เงินหรือลงทุนในทรัพย์สินเพื่อไว้ใช้หลังเกษียณของตนเอง
ดังนั้นจะต้องมีการวางแผนรายได้รายจ่ายอย่างรอบคอบ
ตอบโจทย์ทั้งการออมเพื่อใช้จ่ายในอนาคตและยามฉุกเฉินของครอบครัว
แล้วยังต้องพิจารณาถึงการคุ้มครองความเสี่ยงต่างๆ
ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นมากขึ้น
"การออมเงินของครัวเรือนของคนไทยในปี 2553 มีมูลค่า 584,560 ล้านบาท หรือคิดเป็น 9.6% ส่วนในปี 2554 มีมูลค่าการออมอยู่ที่ 588,380 ล้านบาท หรือคิดเป็น 9.2% ซึ่งจะเห็นได้ว่าการออมเงินของคนไทยยังดีอยู่แต่มีแนวโน้มที่ลดลง ขณะที่การออมเงินของสหรัฐ ในปี 2527 มีอัตราการออมอยู่ที่ประมาณ 10% และในปี 2543 มีสัดส่วนเงินออมลดลงเหลือไม่ถึง 2% ทำให้สหรัฐอ่อนแอและเกิดวิกฤติง่ายเพราะไม่มีเงินออมมาช่วย ทั้งนี้หากการออมเงินของประชาชนต่ำเกินไป แต่ถ้าการออมของประชาชนไม่ดีจะส่งผลกระทบต่อประเทศอย่างเช่นสหรัฐ เป็นต้น"
ดังนั้นธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัทในเครือทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมบัวหลวง จำกัด และบริษัท หลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด จัดกิจกรรม "การเงินมั่นคงกับครอบครัวบัวหลวง" เพื่อสร้างความรู้ในการตอบโจทย์ทางการเงินของครอบครัวไทยในยุค ปัจจุบัน โดยจัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อเดือนมิถุนายนที่ ผ่านมา ล่าสุดจัดครั้งที่ 2 ที่จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม และครั้งที่ 3 ในวันที่ 12 ตุลาคม ที่กรุงเทพฯ ซึ่งรูปแบบการจัดงานจะแตกต่างจากกิจกรรมปกติทั่วไปที่มุ่งเน้นการมอบ ข้อเสนอพิเศษให้กับลูกค้าที่มาร่วมงาน
อย่างไรก็ตาม กิจกรรมการเงินมั่นคงกับครอบครัวบัวหลวง จัดขึ้นเพื่อต้องการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยว กับผลิตภัณฑ์ทางการเงินแต่ละประเภท เพื่อเป็นข้อมูลในการเลือกผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสมกับการออม ของแต่ละครอบครัว โดยจะมีวิทยากรที่มีความรู้และประสบการณ์เฉพาะมาให้ความรู้และสร้าง ความเข้าใจในเรื่องการเงิน
"การออมเงินของครัวเรือนของคนไทยในปี 2553 มีมูลค่า 584,560 ล้านบาท หรือคิดเป็น 9.6% ส่วนในปี 2554 มีมูลค่าการออมอยู่ที่ 588,380 ล้านบาท หรือคิดเป็น 9.2% ซึ่งจะเห็นได้ว่าการออมเงินของคนไทยยังดีอยู่แต่มีแนวโน้มที่ลดลง ขณะที่การออมเงินของสหรัฐ ในปี 2527 มีอัตราการออมอยู่ที่ประมาณ 10% และในปี 2543 มีสัดส่วนเงินออมลดลงเหลือไม่ถึง 2% ทำให้สหรัฐอ่อนแอและเกิดวิกฤติง่ายเพราะไม่มีเงินออมมาช่วย ทั้งนี้หากการออมเงินของประชาชนต่ำเกินไป แต่ถ้าการออมของประชาชนไม่ดีจะส่งผลกระทบต่อประเทศอย่างเช่นสหรัฐ เป็นต้น"
ดังนั้นธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัทในเครือทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมบัวหลวง จำกัด และบริษัท หลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด จัดกิจกรรม "การเงินมั่นคงกับครอบครัวบัวหลวง" เพื่อสร้างความรู้ในการตอบโจทย์ทางการเงินของครอบครัวไทยในยุค ปัจจุบัน โดยจัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อเดือนมิถุนายนที่ ผ่านมา ล่าสุดจัดครั้งที่ 2 ที่จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม และครั้งที่ 3 ในวันที่ 12 ตุลาคม ที่กรุงเทพฯ ซึ่งรูปแบบการจัดงานจะแตกต่างจากกิจกรรมปกติทั่วไปที่มุ่งเน้นการมอบ ข้อเสนอพิเศษให้กับลูกค้าที่มาร่วมงาน
อย่างไรก็ตาม กิจกรรมการเงินมั่นคงกับครอบครัวบัวหลวง จัดขึ้นเพื่อต้องการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยว กับผลิตภัณฑ์ทางการเงินแต่ละประเภท เพื่อเป็นข้อมูลในการเลือกผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสมกับการออม ของแต่ละครอบครัว โดยจะมีวิทยากรที่มีความรู้และประสบการณ์เฉพาะมาให้ความรู้และสร้าง ความเข้าใจในเรื่องการเงิน
บันทึกสังคม: สมทบทุน
อภิชาต รมยะรูป ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ
จำกัด (มหาชน) มอบเงินจำนวน 300,000 บาท แก่ กมลา สุโกศล
ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มโรงแรมสุโกศล
เพื่อร่วมสนับสนุนการจัดงานแสดงคอนเสิร์ตการกุศล 'New York, New
York' เพื่อระดมทุนหารายได้บำรุง 'ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ
แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
สภากาชาดไทย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)