ธนาคารกรุงเทพ
วันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2556
มอบสินไหม
นายพิบูล พุฒิพันธ์พงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการสาขาภูเก็ต บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนบริษัท พร้อมด้วยนางอรวรรณ ปาจรียพันธ์ ผู้จัดการสาขาจังซีลอน ธนาคารกรุงเทพ
มอบสินไหมทดแทนประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) จำนวน 740,000 บาท
ให้แก่ น.ส.นกน้อย รวงเงิน ภรรยาผู้เอาประกันภัย
ซึ่งเป็นผู้รับผลประโยชน์จากกรณีที่ Mr. Nicolas Javier Solis
ผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุการขับขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก
วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ธนาคารกรุงเทพ มอบไอแพดมินิ ให้กับลูกค้าแคมเปญ ‘คุ้ม 2 ต่อ’ สะสมยอดโอนเงินผ่านธนาคารกรุงเทพเข้าบัญชีธนาคารในออสเตรเลีย
นางพรนิจ ตุลย์วัฒนจิต ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ (ที่ 3 จากขวา) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) มอบรางวัลไอแพดมินิ ให้กับ นางสาวศิวพร ศรีสวัสดิ์ (ที่ 3 จากซ้าย) นักศึกษาไทยในประเทศออสเตรเลีย ลูกค้าผู้โชคดีที่มียอดการโอนเงินสูงสุดเข้าบัญชีผ่านธนาคารกรุงเทพ จากแคมเปญ ‘คุ้ม 2 ต่อ’ ครั้งที่ 1 เพียงโอนเงินผ่านธนาคารกรุงเทพไป ยังบัญชีธนาคารในประเทศออสเตรเลีย ต่อที่ 1 ฟรีค่าธรรมเนียมการโอนเงินในครั้งที่ 2 จำนวน 950 บาท และต่อที่ 2 สะสมยอดเงินโอนสูงสุดในช่วง 3 เดือน สามารถรับไอแพดมินิ 1 เครื่อง ทั้งนี้ผู้ปกครอง นักเรียน นักศึกษา ที่กำลังศึกษาหรือวางแผนเดินทางไปศึกษาต่อยังประเทศออสเตรเลีย สามารถร่วมแคมเปญ ‘คุ้ม 2 ต่อ’ ได้จนถึงวันที่ 30 ธันวาคมนี้
ธนาคารกรุงเทพพร้อมอำนวยความสะดวกลูกค้า ใช้บริการฝาก-ถอน โอนเงิน โดยไม่ต้อง
ธนาคารกรุงเทพ
เพิ่มบริการฝาก-ถอนบัญชีเงินฝาก
หรือโอนเงินโดยไม่ต้องเขียนสลิปชุดฝากเงินสด เงินโอน และใบถอนเงิน
เพื่อเป็นทางเลือกในการใช้บริการ
โดยพร้อมให้ลูกค้าสามารถสัมผัสประสบการณ์ใหม่ได้ที่สาขาของธนาคารทั่วประเทศ
ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้เพิ่มบริการฝาก-ถอน และโอนเงิน โดยลูกค้าไม่ต้องเขียนสลิปชุดฝากเงินสด เงินโอน และใบถอนเงิน (No Slip) เพื่อเป็นทางเลือกในการใช้บริการและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าของธนาคาร เพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยธนาคารพร้อมให้บริการดังกล่าวแก่ลูกค้าทุกสาขาทั่วประเทศ
บริการฝาก-ถอน โอนเงิน โดยไม่ต้องเขียนสลิป ในส่วนของลูกค้าฝากเงินหรือโอนเงิน สามารถนำสมุดคู่ฝากหรือมีเพียงชื่อบัญชีและเลขที่บัญชีก็สามารถมาทำรายการ ได้ที่เคาน์เตอร์ ส่วนที่ประสงค์ถอนเงินเพียงลูกค้าเจ้าของบัญชีนำสมุดคู่ฝากมาทำรายการด้วยตน เองที่เคาน์เตอร์ โดยลูกค้าแจ้งจำนวนยอดเงินที่ต้องการทำรายการ พร้อมส่งมอบเอกสารแสดงตนกรณีทำรายการต่างสาขา เจ้าหน้าที่ธนาคารจะดำเนินการบันทึกรายการและจัดพิมพ์สลิปให้ลูกค้าลงนาม โดยที่ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาในการกรอกข้อมูลลงบนสลิปด้วยตนเองเช่นที่ผ่านมา
ดร.ทวีลาภ กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยระบบเทคโนโยลีที่ทันสมัย ธนาคารได้มีการสร้างสรรค์ พัฒนาและปรับปรุงช่องทางการให้บริการในรูปแบบต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ นอกเหนือจากการให้บริการผ่านเคาน์เตอร์สาขา เพื่ออำนวยความสะดวกและความคล่องตัวให้กับลูกค้าของธนาคาร อาทิ บริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ต หรือบัวหลวงไอแบงก์กิ้ง ที่ลูกค้าสามารถจัดการเรื่องการเงินได้ง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว ทุกที่ ทุกเวลา ทั้งทางคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ หรือสมาร์ทโฟน บริการธนาคารทางโทรศัพท์ หรือบัวหลวงโฟน ที่ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมการเงินผ่านโทรศัพท์หมายเลข 1333 เพื่อติดต่อกับเจ้าหน้าที่ที่พร้อมให้บริการทั้งกลางวันและกลางคืนด้วย บริการมาตรฐานสากล รวมถึงบริการธนาคารอัตโนมัติ หรือบัวหลวงเอ็กซ์เพรส ที่พร้อมให้บริการทุกวันทุกเวลา ตลอด 7 วัน ไม่มีวันหยุด ทางเครื่องบัวหลวงเอทีเอ็ม (ATM) จำนวนกว่า 8,000 ตู้ทั่วประเทศ เครื่องบัวหลวงเงินฝากฉับไว (Cash Deposit Machine - CDM) เครื่องรับฝากและชำระเงินด่วน (Express Drop Box - EDB) เครื่องบันทึกรายการสมุดคู่ฝากอัตโนมัติ ครบวงจรของการให้บริการธุรกรรมทางการเงินทุกรูปแบบ
ธนาคารยังคงมุ่งพัฒนารูปแบบและช่องทางการให้บริการที่สะดวกสบาย สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า รวมทั้งสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าเพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมทาง การเงินได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบายในทุกสถานที่ เวลา และรูปแบบที่ลูกค้าต้องการ สำหรับลูกค้าที่สนใจในบริการและช่องทางต่างๆ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บริการบัวหลวงโฟน โทร.1333 และที่เว็บไซต์ www.bangkokbank.com
ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้เพิ่มบริการฝาก-ถอน และโอนเงิน โดยลูกค้าไม่ต้องเขียนสลิปชุดฝากเงินสด เงินโอน และใบถอนเงิน (No Slip) เพื่อเป็นทางเลือกในการใช้บริการและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าของธนาคาร เพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยธนาคารพร้อมให้บริการดังกล่าวแก่ลูกค้าทุกสาขาทั่วประเทศ
บริการฝาก-ถอน โอนเงิน โดยไม่ต้องเขียนสลิป ในส่วนของลูกค้าฝากเงินหรือโอนเงิน สามารถนำสมุดคู่ฝากหรือมีเพียงชื่อบัญชีและเลขที่บัญชีก็สามารถมาทำรายการ ได้ที่เคาน์เตอร์ ส่วนที่ประสงค์ถอนเงินเพียงลูกค้าเจ้าของบัญชีนำสมุดคู่ฝากมาทำรายการด้วยตน เองที่เคาน์เตอร์ โดยลูกค้าแจ้งจำนวนยอดเงินที่ต้องการทำรายการ พร้อมส่งมอบเอกสารแสดงตนกรณีทำรายการต่างสาขา เจ้าหน้าที่ธนาคารจะดำเนินการบันทึกรายการและจัดพิมพ์สลิปให้ลูกค้าลงนาม โดยที่ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาในการกรอกข้อมูลลงบนสลิปด้วยตนเองเช่นที่ผ่านมา
ดร.ทวีลาภ กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยระบบเทคโนโยลีที่ทันสมัย ธนาคารได้มีการสร้างสรรค์ พัฒนาและปรับปรุงช่องทางการให้บริการในรูปแบบต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ นอกเหนือจากการให้บริการผ่านเคาน์เตอร์สาขา เพื่ออำนวยความสะดวกและความคล่องตัวให้กับลูกค้าของธนาคาร อาทิ บริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ต หรือบัวหลวงไอแบงก์กิ้ง ที่ลูกค้าสามารถจัดการเรื่องการเงินได้ง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว ทุกที่ ทุกเวลา ทั้งทางคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ หรือสมาร์ทโฟน บริการธนาคารทางโทรศัพท์ หรือบัวหลวงโฟน ที่ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมการเงินผ่านโทรศัพท์หมายเลข 1333 เพื่อติดต่อกับเจ้าหน้าที่ที่พร้อมให้บริการทั้งกลางวันและกลางคืนด้วย บริการมาตรฐานสากล รวมถึงบริการธนาคารอัตโนมัติ หรือบัวหลวงเอ็กซ์เพรส ที่พร้อมให้บริการทุกวันทุกเวลา ตลอด 7 วัน ไม่มีวันหยุด ทางเครื่องบัวหลวงเอทีเอ็ม (ATM) จำนวนกว่า 8,000 ตู้ทั่วประเทศ เครื่องบัวหลวงเงินฝากฉับไว (Cash Deposit Machine - CDM) เครื่องรับฝากและชำระเงินด่วน (Express Drop Box - EDB) เครื่องบันทึกรายการสมุดคู่ฝากอัตโนมัติ ครบวงจรของการให้บริการธุรกรรมทางการเงินทุกรูปแบบ
ธนาคารยังคงมุ่งพัฒนารูปแบบและช่องทางการให้บริการที่สะดวกสบาย สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า รวมทั้งสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าเพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมทาง การเงินได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบายในทุกสถานที่ เวลา และรูปแบบที่ลูกค้าต้องการ สำหรับลูกค้าที่สนใจในบริการและช่องทางต่างๆ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บริการบัวหลวงโฟน โทร.1333 และที่เว็บไซต์ www.bangkokbank.com
วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2556
จับประเด็น: BBL ปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 2 บาท
ธนาคารกรุงเทพ (BBL)
แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร ครั้งที่ 8/2556 เมื่อวันที่ 22
ส.ค.2556 ได้มีมติให้จ่ายเงินปันผลหุ้นสามัญระหว่างกาล
จากเงินกำไรของผลประกอบการงวด 6 เดือนแรก ปี 2556 อัตราหุ้นละ 2.00 บาท
ในวันที่ 20 ก.ย.2556 โดยเป็นเงินปันผลที่จ่ายจากกำไรสะสม
ซึ่งได้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา 30% ทั้งนี้
กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิ์รับเงินปันผลในวันที่ 5 ก.ย.2556
และให้รวบรวมรายชื่อตามมาตรา 225
ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535
และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยวิธีการปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นในวันที่ 6
ก.ย.2556
วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2556
คอลัมน์: ลด แลก แจก แถม: SUPERZERO
อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จัดโปรโมชั่น "INDEX SUPER ZERO"
สนุกช็อปเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน ด้วยข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูชีพ
กับสิทธิ์แบ่งจ่าย 0% นานสูงสุด 10 เดือน และยังมีเครดิตเงินคืน
เมื่อช็อปผ่านบัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทยและธนาคารกรุงเทพ เริ่มแล้วตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค. - 19 ก.ย. ศกนี้ ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์
วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ธนาคารกรุงเทพ ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 2 บาท
ธนาคารกรุงเทพ ประกาศจ่ายเงินปันผลหุ้นสามัญระหว่างกาล
จากเงินกำไรของผลประกอบการงวด 6 เดือนแรก ปี 2556 ในอัตราหุ้นละ 2.00 บาท
โดยกำหนดการจ่ายเงินปันผลในวันที่ 20 กันยายน 2556
รายงานข่าวจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร ครั้งที่ 8/2556 เมื่อ
วัน ที่ 22 สิงหาคม 2556 ได้มีมติให้จ่ายเงินปันผลหุ้นสามัญระหว่างกาล จากเงินกำไรของผลประกอบการงวด 6 เดือนแรก ปี 2556 อัตราหุ้นละ 2.00 บาท ในวันที่ 20 กันยายน 2556 โดยเป็นเงินปันผลที่จ่ายจากกำไรสะสมซึ่งได้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา ร้อยละ 30 ทั้งนี้กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่
5 กันยายน 2556 และให้รวบรวมรายชื่อตามมาตรา 225 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยวิธีการปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นในวันที่ 6 กันยายน 2556
รายงานข่าวจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร ครั้งที่ 8/2556 เมื่อ
วัน ที่ 22 สิงหาคม 2556 ได้มีมติให้จ่ายเงินปันผลหุ้นสามัญระหว่างกาล จากเงินกำไรของผลประกอบการงวด 6 เดือนแรก ปี 2556 อัตราหุ้นละ 2.00 บาท ในวันที่ 20 กันยายน 2556 โดยเป็นเงินปันผลที่จ่ายจากกำไรสะสมซึ่งได้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา ร้อยละ 30 ทั้งนี้กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่
5 กันยายน 2556 และให้รวบรวมรายชื่อตามมาตรา 225 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยวิธีการปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นในวันที่ 6 กันยายน 2556
วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ธนาคารกรุงเทพ สาขาอินโดนีเซีย ได้รับการยกย่องจากสื่อ เป็น 1 ใน 3 ธนาคารต่างชาติที่ดีที่สุดในประเทศอินโดนีเซีย
ธนาคารกรุงเทพ สาขาประเทศอินโดนีเซีย
ภาคภูมิใจที่ได้รับการยกย่องจากนิตยสาร InfoBank
สื่อชั้นนำของประเทศอินโดนีเซีย ให้เป็น 1 ใน 3
ธนาคารต่างชาติที่ดีที่สุดในประเทศอินโดนีเซีย ด้วยคะแนน "ดีมาก" อันดับ 3
ท่ามกลางกลุ่มธนาคารต่างชาติซึ่งล้วนเป็นธนาคารที่มีชื่อเสียงระดับโลก
นาย ไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาประเทศอินโดนีเซีย ได้รับการยกย่องจากนิตยสาร InfoBank ซึ่งเป็นนิตยสารชั้นนำที่มียอดพิมพ์มากที่สุดในประเทศอินโดนีเซียให้เป็น 1 ใน 3 ธนาคารต่างชาติที่ดีที่สุดในประเทศอินโดนีเซีย ด้วยคะแนน "ดีมาก" โดยอันดับ 1 ธนาคารเอชเอสบีซี อันดับ 2 ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด อันดับ 3 ธนาคารกรุงเทพ อันดับ 4 ซิตี้แบงก์ อันดับ 5 ธนาคารโตเกียว-มิตซูบิชิ อันดับ 6 แบงก์ออฟไชน่า อันดับ 7 เจพี
มอร์แกน เชสแบงก์ อันดับ 8 ดอยช์แบงก์ อันดับ 9 เดอะรอยัลแบงก์ออกสก๊อตแลนด์ และอันดับ 10 แบงก์
ออฟอเมริกา
นิตยสาร InfoBank ฉบับเดือนมิถุนายน 2556 รายงานว่า สำหรับกลุ่มธนาคารต่างชาติในประเทศอินโดนีเซียแม้ชื่อของธนาคารกรุงเทพอาจ ยังไม่เป็นที่รับรู้ในสาธารณะมากเท่าไรนักเมื่อเทียบกับธนาคารต่างชาติแห่ง อื่นๆ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นธนาคารระดับโลก แต่ด้วยผลการดำเนินงานอันโดดเด่น โดยปี 2555 ธนาคารกรุงเทพ สาขาประเทศอินโดนีเซียมีเงินให้สินเชื่อเพิ่มขึ้น 63.17% เงินฝากรวมเพิ่มขึ้น 88.42% เงินกองทุนเพิ่มขึ้น 104.61% และสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 59.92% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ธนาคารกรุงเทพได้รับอันดับสำคัญในครั้งนี้
นายไชยฤทธิ์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ธนาคารกรุงเทพได้เปิดให้บริการในประเทศอินโดนีเซียเมื่อปีพ.ศ. 2511 ที่
จาร์กาต้าเป็นสาขาแห่งแรก พร้อมเปิดสาขาย่อยสุราบายาเป็นแห่งที่ 2 ในปีพ.ศ.2555 ปัจจุบันมีนายชลิต
เตชัสอนันต์ ผู้จัดการทั่วไป สาขาประเทศอินโดนีเซีย รับผิดชอบคอยดูแลและให้บริการ ด้วยความมั่นคง
แข็ง แกร่ง ความรู้ความเข้าใจ เครือข่ายความสัมพันธ์ทั้งกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ ทำให้ธนาคารสามารถตอบสนองความต้องการให้กับลูกค้าทุกกลุ่มได้อย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งลูกค้าชาวไทยที่อาศัยอยู่ในอินโดนีเซีย ลูกค้าชาวอินโดนีเซีย และนักลงทุนต่างประเทศที่ต้องการใช้โอกาสการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ขยายกิจการสู่อินโดนีเซีย ซึ่งธนาคารมีความพร้อมเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยสนับสนุนให้การดำเนินธุรกิจของ ลูกค้าในอินโดนีเซียเป็นไปอย่างราบรื่น และเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจที่ลูกค้าได้ขยายการลงทุนไปยังประเทศต่างๆ ให้เป็นหนึ่งเดียว
"การขยายเครือข่ายสาขาในต่างประเทศ นับเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของธนาคาร ที่มุ่งมั่นตอบสนองความ
ต้อง การให้กับลูกค้าที่กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค ปัจจุบันธนาคารมีเครือข่ายสาขาในประเทศต่างๆ ถึง 25 แห่ง และสำนักงานตัวแทนอีก 1 แห่ง ใน 13 เขตเศรษฐกิจสำคัญทั่วโลก ทั้งในรูปแบบที่เป็นสาขาของธนาคาร หรือธนาคารท้องถิ่นในประเทศ รวมไปถึงสำนักงานผู้แทน ด้วยเครือข่ายสาขาที่กว้างขวางและมั่นคงนี้ทำให้ธนาคารกรุงเทพ เป็นหนึ่งในธนาคารชั้นนำของภูมิภาคที่มีความพร้อมสูงสุด สำหรับรองรับการหลอมรวมกันทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต"
นาย ไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาประเทศอินโดนีเซีย ได้รับการยกย่องจากนิตยสาร InfoBank ซึ่งเป็นนิตยสารชั้นนำที่มียอดพิมพ์มากที่สุดในประเทศอินโดนีเซียให้เป็น 1 ใน 3 ธนาคารต่างชาติที่ดีที่สุดในประเทศอินโดนีเซีย ด้วยคะแนน "ดีมาก" โดยอันดับ 1 ธนาคารเอชเอสบีซี อันดับ 2 ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด อันดับ 3 ธนาคารกรุงเทพ อันดับ 4 ซิตี้แบงก์ อันดับ 5 ธนาคารโตเกียว-มิตซูบิชิ อันดับ 6 แบงก์ออฟไชน่า อันดับ 7 เจพี
มอร์แกน เชสแบงก์ อันดับ 8 ดอยช์แบงก์ อันดับ 9 เดอะรอยัลแบงก์ออกสก๊อตแลนด์ และอันดับ 10 แบงก์
ออฟอเมริกา
นิตยสาร InfoBank ฉบับเดือนมิถุนายน 2556 รายงานว่า สำหรับกลุ่มธนาคารต่างชาติในประเทศอินโดนีเซียแม้ชื่อของธนาคารกรุงเทพอาจ ยังไม่เป็นที่รับรู้ในสาธารณะมากเท่าไรนักเมื่อเทียบกับธนาคารต่างชาติแห่ง อื่นๆ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นธนาคารระดับโลก แต่ด้วยผลการดำเนินงานอันโดดเด่น โดยปี 2555 ธนาคารกรุงเทพ สาขาประเทศอินโดนีเซียมีเงินให้สินเชื่อเพิ่มขึ้น 63.17% เงินฝากรวมเพิ่มขึ้น 88.42% เงินกองทุนเพิ่มขึ้น 104.61% และสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 59.92% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ธนาคารกรุงเทพได้รับอันดับสำคัญในครั้งนี้
นายไชยฤทธิ์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ธนาคารกรุงเทพได้เปิดให้บริการในประเทศอินโดนีเซียเมื่อปีพ.ศ. 2511 ที่
จาร์กาต้าเป็นสาขาแห่งแรก พร้อมเปิดสาขาย่อยสุราบายาเป็นแห่งที่ 2 ในปีพ.ศ.2555 ปัจจุบันมีนายชลิต
เตชัสอนันต์ ผู้จัดการทั่วไป สาขาประเทศอินโดนีเซีย รับผิดชอบคอยดูแลและให้บริการ ด้วยความมั่นคง
แข็ง แกร่ง ความรู้ความเข้าใจ เครือข่ายความสัมพันธ์ทั้งกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ ทำให้ธนาคารสามารถตอบสนองความต้องการให้กับลูกค้าทุกกลุ่มได้อย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งลูกค้าชาวไทยที่อาศัยอยู่ในอินโดนีเซีย ลูกค้าชาวอินโดนีเซีย และนักลงทุนต่างประเทศที่ต้องการใช้โอกาสการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ขยายกิจการสู่อินโดนีเซีย ซึ่งธนาคารมีความพร้อมเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยสนับสนุนให้การดำเนินธุรกิจของ ลูกค้าในอินโดนีเซียเป็นไปอย่างราบรื่น และเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจที่ลูกค้าได้ขยายการลงทุนไปยังประเทศต่างๆ ให้เป็นหนึ่งเดียว
"การขยายเครือข่ายสาขาในต่างประเทศ นับเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของธนาคาร ที่มุ่งมั่นตอบสนองความ
ต้อง การให้กับลูกค้าที่กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค ปัจจุบันธนาคารมีเครือข่ายสาขาในประเทศต่างๆ ถึง 25 แห่ง และสำนักงานตัวแทนอีก 1 แห่ง ใน 13 เขตเศรษฐกิจสำคัญทั่วโลก ทั้งในรูปแบบที่เป็นสาขาของธนาคาร หรือธนาคารท้องถิ่นในประเทศ รวมไปถึงสำนักงานผู้แทน ด้วยเครือข่ายสาขาที่กว้างขวางและมั่นคงนี้ทำให้ธนาคารกรุงเทพ เป็นหนึ่งในธนาคารชั้นนำของภูมิภาคที่มีความพร้อมสูงสุด สำหรับรองรับการหลอมรวมกันทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต"
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)